เลือกเลนส์กล้อง อย่างไรให้ตรงกับงานถ่ายภาพของคุณ 

เลือกเลนส์กล้อง อย่างไรให้ตรงกับงานถ่ายภาพของคุณ

Contents hide
1 เลือกเลนส์กล้อง อย่างไรให้ตรงกับงานถ่ายภาพของคุณ

การเลือกเลนส์กล้องเป็นหนึ่งในการตัดสินใจสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพของภาพถ่ายมากกว่าตัวบอดี้กล้องเสียอีก หลายคนทุ่มเงินกับบอดี้รุ่นท็อป แต่กลับใช้เลนส์ที่ไม่เหมาะกับงาน ผลลัพธ์คือภาพไม่ถึงฝัน แถมเสียเงินไปฟรี บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจเลนส์กล้องทุกประเภท ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงเทคนิคเชิงลึก เพื่อให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ 

ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่ที่เพิ่งซื้อกล้องตัวแรก หรือเป็นช่างภาพที่ต้องการอัปเกรดเลนส์ เนื้อหานี้จะช่วยให้คุณเลือกเลนส์กล้องได้ถูกต้องโดยไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูก เราจะอธิบายทุกอย่างด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย พร้อมตัวอย่างการใช้งานจริง 

เลนส์กล้องคืออะไร ทำไมต้องเลือกเลนส์กล้องให้เหมาะกับงาน 

เลนส์กล้อง หรือ Camera Lens คือชิ้นส่วนออปติคัลที่ทำหน้าที่รวบรวมแสงและโฟกัสภาพลงบนเซ็นเซอร์ของกล้อง ลองนึกภาพว่าตัวกล้องเปรียบเหมือนสมอง แต่เลนส์คือดวงตา ต่อให้สมองฉลาดแค่ไหน ถ้าดวงตามองไม่ชัด ก็ไม่สามารถเห็นภาพที่สวยได้ 

เลนส์แต่ละตัวมีคุณสมบัติเฉพาะที่เหมาะกับงานถ่ายภาพคนละแบบ เลนส์มุมกว้างให้มุมมองที่กว้างขวาง เลนส์เทเลโฟโต้ดึงวัตถุไกลเข้ามาใกล้ เลนส์มาโครถ่ายรายละเอียดเล็กจิ๋วได้คมชัด การเลือกเลนส์กล้องจึงขึ้นอยู่กับว่าคุณจะใช้ถ่ายอะไรเป็นหลัก

📸

รู้จักประเภทเลนส์กล้องก่อนเลือกเลนส์กล้อง 

รู้จักประเภทเลนส์กล้องก่อนเลือกเลนส์กล้อง

ก่อนจะตัดสินใจซื้อ คุณควรรู้จักเลนส์แต่ละประเภทเสียก่อน เพราะเลนส์แต่ละชนิดออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การถ่ายภาพที่ต่างกัน ต่อไปนี้คือประเภทเลนส์หลักที่ช่างภาพใช้กันมากที่สุด

เลนส์ฟิกซ์ Prime Lens สำหรับคนที่เลือกเลนส์กล้องเน้นความคม 

เลนส์ฟิกซ์คือเลนส์ที่มีทางยาวโฟกัสคงที่ เช่น 35mm, 50mm หรือ 85mm ไม่สามารถซูมเข้าออกได้ แต่แลกมาด้วยคุณภาพเลนส์ที่คมชัดกว่า รูรับแสงกว้างกว่า และน้ำหนักเบากว่าเลนส์ซูม 

  • รูรับแสงกว้าง f/1.4 หรือ f/1.8 ถ่ายในที่แสงน้อยได้ดี 
  • ให้โบเก้สวย เหมาะกับงานพอร์ตเทรตและถ่ายอาหาร 
  • ขนาดเล็ก เบา พกพาสะดวก 
  • ราคาเริ่มต้นไม่แพง เหมาะเป็นเลนส์ตัวแรก

เลนส์ซูม Zoom Lens ตัวเลือกยอดนิยมเมื่อเลือกเลนส์กล้องแบบอเนกประสงค์ 

เลนส์ซูมปรับทางยาวโฟกัสได้หลายระยะในตัวเดียว เช่น 24-70mm หรือ 70-200mm จุดเด่นคือความยืดหยุ่น ไม่ต้องเปลี่ยนเลนส์บ่อย เหมาะกับคนที่ต้องถ่ายหลายสถานการณ์ในวันเดียว 

  • คลอบคลุมหลายทางยาวโฟกัส ถ่ายได้หลากหลาย 
  • สะดวกสำหรับงานท่องเที่ยว งานอีเวนต์ และงานข่าว 
  • เลนส์ซูมระดับโปรมีคุณภาพใกล้เคียงเลนส์ฟิกซ์ 
  • มักมีน้ำหนักมากกว่าเลนส์ฟิกซ์เล็กน้อย 

เลนส์เฉพาะทางอื่นที่ควรรู้เมื่อเลือกเลนส์กล้อง 

นอกจากเลนส์ฟิกซ์และเลนส์ซูมแล้ว ยังมีเลนส์เฉพาะทางอีกหลายชนิดที่ตอบโจทย์งานถ่ายภาพเฉพาะด้าน 

  • เลนส์มาโคร Macro Lens ถ่ายวัตถุขนาดเล็กในระยะใกล้ เช่น แมลง ดอกไม้ เครื่องประดับ 
  • เลนส์ไวด์แองเกิล Wide Angle ทางยาวโฟกัสต่ำกว่า 35mm เหมาะกับถ่ายทิวทัศน์ สถาปัตยกรรม และอินทีเรีย 
  • เลนส์เทเลโฟโต้ Telephoto ทางยาวโฟกัส 100mm ขึ้นไป ใช้ถ่ายสัตว์ป่า กีฬา หรือวัตถุไกล 
  • เลนส์ฟิชอาย Fisheye ให้มุมมองกว้างพิเศษ 180 องศา ให้ภาพบิดโค้งแบบมีเอกลักษณ์ 
  • เลนส์ทิลต์ชิฟต์ Tilt Shift ใช้ควบคุมระนาบโฟกัส เหมาะกับงานสถาปัตยกรรมและงานโฆษณา 

ข้อดีของการเลือกเลนส์กล้องให้ถูกตัว ถูกงาน 

เมื่อคุณเลือกเลนส์กล้องได้ตรงกับสิ่งที่ต้องการถ่าย จะเกิดข้อดีหลายอย่างที่เห็นผลชัดเจน 

  • คุณภาพภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความคม สี และคอนทราสต์ดีกว่าเลนส์ที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับงานนั้น 
  • ประหยัดเงินในระยะยาว ไม่ต้องซื้อเลนส์ซ้ำ ไม่ต้องเปลี่ยนบ่อย 
  • ทำงานได้เร็วขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาปรับตั้งค่าชดเชยข้อจำกัดของเลนส์ 
  • สร้างสไตล์ภาพถ่ายที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง 
  • เพิ่มความมั่นใจในการทำงาน ไม่ต้องกังวลว่าอุปกรณ์จะเอาไม่อยู่ 
 

ปัจจัยสำคัญที่ต้องดูก่อนเลือกเลนส์กล้อง 

การเลือกเลนส์กล้องไม่ได้ดูแค่ยี่ห้อหรือราคา แต่มีตัวแปรทางเทคนิคหลายอย่างที่ควรพิจารณา ต่อไปนี้คือปัจจัยหลักที่คุณควรเช็คทุกครั้งก่อนตัดสินใจ 

ทางยาวโฟกัส Focal Length กับการเลือกเลนส์กล้อง 

ทางยาวโฟกัสบอกมุมมองของเลนส์ ยิ่งตัวเลขต่ำ ยิ่งได้มุมกว้าง ยิ่งตัวเลขสูง ยิ่งดึงภาพเข้าใกล้ ลองจำง่ายแบบนี้ 

  • 16-35mm มุมกว้าง ถ่ายทิวทัศน์ อินทีเรีย กลุ่มคน 
  • 35-70mm มุมมาตรฐาน ถ่ายสตรีท อาหาร พอร์ตเทรตครึ่งตัว 
  • 70-200mm เทเลโฟโต้ ถ่ายพอร์ตเทรตระยะไกล งานกีฬา งานแฟชั่น 
  • 200mm ขึ้นไป ซูเปอร์เทเลโฟโต้ ถ่ายสัตว์ป่า การแข่งขันกีฬา 

รูรับแสง Aperture สำคัญแค่ไหนเมื่อเลือกเลนส์กล้อง 

รูรับแสง Aperture สำคัญแค่ไหนเมื่อเลือกเลนส์กล้อง

ค่ารูรับแสง หรือ f-number บอกว่าเลนส์เปิดรับแสงได้กว้างแค่ไหน ค่า f ยิ่งต่ำ แปลว่ารูรับแสงยิ่งกว้าง เลนส์รับแสงได้มากและให้หน้าชัดหลังเบลอ 

เลนส์ที่มีรูรับแสง f/1.4 หรือ f/1.8 เหมาะมากกับการถ่ายในที่แสงน้อยและการถ่ายพอร์ตเทรตที่ต้องการหลังเบลอสวย ส่วนเลนส์ f/2.8 เป็นจุดสมดุลที่ดีระหว่างคุณภาพแสงกับน้ำหนักและราคา สำหรับงานทิวทัศน์ไม่จำเป็นต้องใช้รูรับแสงกว้างมาก เพราะมักถ่ายที่ f/8-f/11 เพื่อให้ชัดทั้งภาพ 

ระบบกันสั่น Image Stabilization ช่วยเลือกเลนส์กล้องได้คุ้มค่ากว่า 

ระบบกันสั่นในเลนส์ หรือที่เรียกว่า IS, VR, OSS ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ ช่วยลดการสั่นไหวเวลาถือถ่ายด้วยมือ ทำให้ได้ภาพคมชัดแม้ใช้สปีดชัตเตอร์ต่ำ เลนส์ที่มีระบบกันสั่นจะเหมาะเป็นพิเศษกับคนที่ถ่ายวิดีโอ ถ่ายในที่แสงน้อย หรือใช้เลนส์เทเลโฟโต้ที่ไวต่อการสั่น 

อย่างไรก็ตาม กล้องรุ่นใหม่หลายตัวมีระบบกันสั่นในบอดี้ หรือ IBIS อยู่แล้ว ถ้ากล้องของคุณมี IBIS ก็อาจไม่จำเป็นต้องเลือกเลนส์ที่มีระบบกันสั่นในตัว ซึ่งช่วยประหยัดงบได้พอสมควร 

เมาท์เลนส์กับความเข้ากันได้ เช็คให้ดีก่อนเลือกเลนส์กล้อง 

เลนส์แต่ละยี่ห้อใช้ระบบเมาท์ หรือข้อต่อเลนส์ ที่แตกต่างกัน เลนส์ Canon ใส่กล้อง Nikon ไม่ได้ เลนส์ Sony ใส่กล้อง Fujifilm ไม่ได้ ดังนั้นก่อนเลือกเลนส์กล้องต้องตรวจสอบว่าเลนส์รองรับเมาท์ของกล้องที่คุณใช้อยู่หรือไม่ 

  • Canon RF Mount สำหรับกล้อง Canon Mirrorless ซีรีส์ EOS R 
  • Nikon Z Mount สำหรับกล้อง Nikon Mirrorless ซีรีส์ Z 
  • Sony E Mount สำหรับกล้อง Sony Mirrorless ซีรีส์ Alpha 
  • Fujifilm X Mount สำหรับกล้อง Fujifilm ซีรีส์ X 
  • Micro Four Thirds สำหรับกล้อง Olympus/OM System และ Panasonic Lumix 

นอกจากเลนส์แท้ของแต่ละค่ายแล้ว ยังมีเลนส์ Third Party จากยี่ห้ออย่าง Sigma, Tamron และ Viltrox ที่ผลิตเลนส์หลายเมาท์ เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับคนที่ต้องการคุณภาพดีในงบจำกัด 

เลือกเลนส์กล้องตามประเภทงานถ่ายภาพ 

มาถึงส่วนที่หลายคนรอ นั่นคือการจับคู่เลนส์กับงานถ่ายภาพแต่ละแบบ การเลือกเลนส์กล้องให้ตรงกับประเภทงานจะช่วยให้ได้ภาพตามที่จินตนาการไว้ 

งานพอร์ตเทรต แนะนำเลนส์ฟิกซ์ 50mm f/1.4, 85mm f/1.4 หรือ 85mm f/1.8 เลนส์เหล่านี้ให้โบเก้สวย แยกตัวแบบออกจากฉากหลังได้ดี สีสันเป็นธรรมชาติ 

งานทิวทัศน์และท่องเที่ยว แนะนำเลนส์ไวด์แองเกิล 16-35mm หรือเลนส์ซูม 24-105mm ที่ให้ความยืดหยุ่นสูง ถ่ายได้ทั้งวิวกว้างและรายละเอียด 

งานกีฬาและสัตว์ป่า ต้องใช้เลนส์เทเลโฟโต้ 70-200mm f/2.8 หรือ 100-400mm ที่มีระบบออโต้โฟกัสเร็ว เพราะวัตถุเคลื่อนที่ตลอดเวลา 

งานสตรีทและสารคดี เลนส์ฟิกซ์ 28mm หรือ 35mm เป็นตัวเลือกคลาสสิก ให้ภาพเป็นธรรมชาติ ขนาดเล็กไม่เตะตา เหมาะกับการถ่ายแบบ Candid 

งานวิดีโอและภาพเคลื่อนไหว เลนส์ซูม 24-70mm f/2.8 เป็นเลนส์ยอดนิยมสำหรับ Videographer เพราะปรับเฟรมได้เร็วโดยไม่ต้องเปลี่ยนเลนส์ 

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อเลือกเลนส์กล้อง 

แม้จะศึกษามาพอสมควร แต่ช่างภาพหลายคนก็ยังเผลอทำผิดพลาดตอนซื้อเลนส์ ต่อไปนี้คือข้อผิดพลาดยอดฮิตที่ควรหลีกเลี่ยง 

  • ซื้อเลนส์ตามกระแสโดยไม่ดูว่าเหมาะกับงานตัวเอง เลนส์ที่คนอื่นชอบอาจไม่ใช่เลนส์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ 
  • ไม่เช็คเมาท์เลนส์ก่อนสั่งซื้อ โดยเฉพาะคนที่ซื้อออนไลน์ อาจได้เลนส์ผิดเมาท์ 
  • ละเลยน้ำหนักและขนาดเลนส์ เลนส์บางตัวหนักมากจนไม่อยากหยิบออกมาใช้ 
  • คิดว่าราคาแพงเท่ากับดีเสมอ เลนส์ราคาแพงมีข้อดีจริง แต่เลนส์ระดับกลางหลายตัวก็ให้คุณภาพคุ้มเกินราคา 
  • ไม่เผื่องบสำหรับอุปกรณ์เสริม เช่น ฟิลเตอร์ UV ฮูดเลนส์ และกระเป๋ากันกระแทก 
  • ไม่ลองจับเลนส์จริงก่อนซื้อ ถ้าเป็นไปได้ควรไปร้านลองถ่ายจริงก่อนตัดสินใจ 

เคล็ดลับเลือกเลนส์กล้องสำหรับมือใหม่ที่งบจำกัด 

สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นและมีงบจำกัด ไม่จำเป็นต้องซื้อเลนส์แพงตั้งแต่แรก ลองใช้เคล็ดลับเหล่านี้เพื่อเลือกเลนส์กล้องได้อย่างคุ้มค่า 

  • เริ่มต้นด้วยเลนส์ฟิกซ์ 50mm f/1.8 เพราะราคาไม่แพง คุณภาพดี และฝึกฝนทักษะการจัดองค์ประกอบภาพได้ดี 
  • พิจารณาเลนส์มือสองสภาพดี ตลาดเลนส์มือสองในไทยค่อนข้างคึกคัก มีเลนส์คุณภาพดีราคาถูกกว่าใหม่เยอะ 
  • ลองเช่าเลนส์ก่อนซื้อ หลายร้านในไทยมีบริการเช่าเลนส์รายวัน ช่วยให้คุณทดลองก่อนลงทุน 
  • อย่าลืมเลนส์ Third Party จาก Sigma, Tamron, Viltrox ที่มีคุณภาพใกล้เคียงเลนส์แท้ในราคาที่ถูกกว่ามาก 

ดูแลรักษาเลนส์อย่างไรหลังเลือกเลนส์กล้องมาแล้ว 

เมื่อคุณเลือกเลนส์กล้องที่ใช่แล้ว สิ่งสำคัญถัดไปคือการดูแลรักษาเลนส์ให้อยู่ในสภาพดีนานที่สุด เลนส์ที่ดูแลดีจะรักษาคุณภาพออปติคัลและมูลค่าขายต่อได้ดี 

  • ใช้ฝาปิดเลนส์ทั้งหน้าและหลังทุกครั้งที่ไม่ได้ใช้งาน 
  • ทำความสะอาดหน้าเลนส์ด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์และน้ำยาเฉพาะ อย่าใช้ทิชชู่หรือเสื้อเช็ด 
  • เก็บเลนส์ในตู้กันชื้น Dry Cabinet ที่ความชื้น 40-50 เปอร์เซ็นต์ 
  • ใส่ฟิลเตอร์ UV หรือ Protector Filter เพื่อป้องกันรอยขีดข่วนที่หน้าเลนส์ 
  • หลีกเลี่ยงการวางเลนส์ในที่อุณหภูมิสูงหรือเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิฉับพลัน 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกเลนส์กล้อง

เลนส์ Kit ที่แถมมากับกล้อง ใช้งานจริงได้ดีแค่ไหน

เลนส์ Kit เช่น 18-55mm หรือ 15-45mm เป็นเลนส์ที่ใช้ฝึกฝนได้ดีในช่วงเริ่มต้น ให้ทางยาวโฟกัสที่ครอบคลุมพอสมควร แต่คุณภาพออปติคัลและรูรับแสงจะด้อยกว่าเลนส์ที่ซื้อแยก เมื่อทักษะพัฒนาขึ้น การอัปเกรดเลนส์จะเห็นความแตกต่างชัดเจน 

เลือกเลนส์กล้องตัวแรก ควรเป็นเลนส์ฟิกซ์หรือเลนส์ซูมดี

ขึ้นอยู่กับสไตล์การถ่ายภาพ ถ้าคุณชอบถ่ายพอร์ตเทรตหรือต้องการฝึกจัดองค์ประกอบ เลนส์ฟิกซ์ 50mm f/1.8 เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม แต่ถ้าต้องการความยืดหยุ่นและถ่ายหลายแนว เลนส์ซูม 24-70mm หรือ 24-105mm จะตอบโจทย์มากกว่า 

เลนส์ Third Party จาก Sigma หรือ Tamron คุ้มค่าไหม

คุ้มค่ามากในปัจจุบัน เลนส์ Third Party ยุคนี้มีคุณภาพออปติคัลใกล้เคียงหรือเทียบเท่าเลนส์แท้ของแต่ละค่ายเลยทีเดียว โดยเฉพาะเลนส์จาก Sigma Art Series และ Tamron ซีรีส์ใหม่ที่ได้รับคำชมจากนักรีวิวและช่างภาพทั่วโลก ข้อเสียเล็กน้อยอาจมีเรื่องระบบออโต้โฟกัสที่ช้ากว่าเลนส์แท้ในบางรุ่น แต่โดยรวมถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีมากสำหรับคนที่เลือกเลนส์กล้องในงบจำกัด 

สรุปการเลือกเลนส์กล้อง 

การเลือกเลนส์กล้องไม่มีสูตรตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคน สิ่งสำคัญคือการเข้าใจว่าคุณถ่ายอะไรเป็นหลัก ทางยาวโฟกัสที่เหมาะกับงาน รูรับแสงที่ต้องการ และงบประมาณที่มี เมื่อพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ครบถ้วน คุณจะสามารถเลือกเลนส์ที่ตอบโจทย์ได้ตรงจุดโดยไม่เสียเงินเปล่า อย่าลืมว่าเลนส์ที่ดีที่สุดคือเลนส์ที่คุณหยิบออกมาใช้จริงทุกวัน 

หากคุณยังไม่แน่ใจว่าเลนส์ตัวไหนเหมาะกับสไตล์การถ่ายภาพของคุณ ลองปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือเข้ามาพูดคุยกับทีมงานของเราได้เลย เรายินดีช่วยแนะนำเลนส์ที่ใช่ให้กับทุกสไตล์การถ่ายภาพ หรือจะอ่านบทความอื่นเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความรู้ด้านการถ่ายภาพก็ได้เช่นกัน